วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

อุลตร้าแมนทาโร่

ยอดมนุษย์ อุลตร้าแมน ทาโร่ (ญี่ปุ่น: ウルトラマンタロウ Urutoraman Tarō ?) เป็นทีวีซีรีส์ชุดที่ 5 ของทีวีซีรีส์อุลตร้าซีรี่ส์โดยมีเรื่องราวเกี่ยวกับ "โคทาโร่ ฮิงาชิ" ที่สละชีวิตตัวเองช่วยเหลือเด็กจนเสียชีวิตจากการทำลายเมืองของ สัตว์ประหลาด เจ้าแม่อุลตร้ามอบ วิญญานของอุลตร้าแมนทาโร่ไว้ เพื่อคืนชีวิตให้ การแปลงร่างของทั้งโคทาโร่จะดึงเข็มกลัด "อุลตร้า แบดจ์" จากไหล่ซ้าย ชูขึ้นเหนือหน้าผาก อุลตร้าแมนทาโร เป็นลูกแท้ๆของ เจ้าพ่ออุลตร้าและเจ้าแม่อุลตร้า ตัวเขามักได้รับการฝึกเป็นอย่างดีมากว่าพี่น้องอุลตร้าคนอื่นๆ การที่อุลตร้าแมนทาโร่ มีหน้าตาคล้ายคลึงกับยอดมนุษย์ อุลตร้าเซเว่นมาก เนื่องจากเจ้าแม่อุลตร้าผู้เป็นแม่เป็นน้องสาวของอุลตร้าเซเว่น อุลตร้าแมนทาโร่ มีเวลาในการปราบสัตว์ประหลาดจากนอกโลกขนาดยักษ์ 4 นาที มีท่าไม้ตายชื่อ "อุลตร้าไดนาไมท์" ที่สามารถระเบิดร่างตัวเองใช้ฆ่าสัตว์ประหลาดได้ แต่สามารถรวมร่างกันใหม่หลังจากนั้น หน่วยกองกำลังพิทักษ์ในซีรีย์นี้ใช้ชื่อ ZAT (Zariba of All Terrestrial) มีจำนวนตอนทั้งหมด 53 ตอน

ดวงปีเถาะ

ท่านที่เกิด ปีเถาะ รอบอายุ 83 ปี (พ.ศ. 2470) และรอบอายุ 23 ปี (พ.ศ. 2530)
………………สำหรับเจ้าชะตาอาวุโสรอบอายุ 83 ปี ปีนี้มีดาวมงคลที่ส่งผลให้ท่านสุขสบาย ลูกหลานดูแล ถ้ามีธุรกิจ การค้า ก็ส่งผลดีต่อเนื่อง ปีนี้ส่วนใหญ่ใช้เวลาทำงานเบาๆ เช่น ทำสวน ดูแลต้นไม้ อ่านหนังสือ รับประทานอาหารกับลูกหลาน บั้นปลายชีวิต เป็นสุขดี……… สำหรับผู้มีอายุ 23 ปี ในปี 2553 นี้ ด้านการเรียนจะดี ส่วนใครที่ทำงาน ก็จะมีผู้ใหญ่คอยอุปถัมภ์ช่วยเหลือทำให้งานเจริญก้าวหน้า จะได้ไปงานมงคล และมีโชคลาภเข้ามาเยือน สิ่งที่ต้องระวังคือ การใช้เครื่องมือ-เครื่องใช้ ที่มีคม จะทำให้เลือดตกยางออกได้ นอกจากนี้ควรระวังอุบัติเหตุจากการเดินทางทั้งใกล้และไกล ระวังถูกลูกหลงจากการทะเลาะวิวาท อย่าคบเพื่อนที่ชอบชวนไปที่อโคจร จะมีเหตุแน่นอน………
ดวงชะตา ท่านที่เกิด ปีเถาะรอบอายุ 71 ปี (พ.ศ. 2482) และรอบอายุ 11 ปี (พ.ศ. 2542)
………………สำหรับเจ้าชะตาอาวุโสรอบอายุ 71 ปี หากยังทำงานอยู่ ปี 2553 นี้ จะพบอุปสรรคปัญหา ท่านที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องไม้ เครื่องมือ ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจจะประสบเหตุบาดเจ็บเลือดตกยางออก และสะดุดหกล้ม ในที่สูงต่ำ อีกทั้งต้องดูแลเรื่องการอาหารการกิน ให้ถูกสุขอนามัย รวมทั้งทำใจให้สบาย อย่าเครียด ถึงจะมีความสุข………สำหรับเจ้าชะตาวัยเยาว์อายุ 11 ปี ในปี 2553 นี้ เด็กจะเป็นที่รักใคร่ของคนในบ้าน อีกทั้งการเรียนจะมีความก้าวหน้า เรียนดี ขอให้ตั้งใจเรียน ทบทวนบทเรียนสม่ำเสมอ คบเพื่อนที่รักเรียน ก็จะส่งผลให้การเรียนดีตามที่ตั้งเป้าไว้ พ่อแม่ควรใส่ใจเรื่องเรียนของลูกด้วย สิ่งที่ควรระวังคือ อุบัติเหตุระหว่างการเดินทางแ ละการทำกิจกรรมนอกบ้าน นอกจากนี้ต้องระวังภัยที่เกิดจากไฟให้ดี ทั้งระบบไฟฟ้า หรือเปลวไฟที่ลุกไหม้ มีเกณฑ์ได้รับอันตราย
ดวงชะตา ท่านที่เกิด ปีเถาะรอบอายุ 59 ปี (พ.ศ. 2494)
………………ปี 2553 นี้ จะทำงานการใดๆ ต้องศึกษาให้ละเอียดรอบคอบ มีการวางแผนงาน และเตรียมความพร้อมให้ดี………การเงินระวังลูกน้องยักยอกทรัพย์ อาจเกิดปัญหาขาดสภาพคล่องของเงินทุนหมุนเวียน ดังนั้นควรวางแผนทางการเงินตั้งแต่ต้นปีให้ดี จะได้จัดการกับปัญหาที่ผ่านเข้ามาได้………นอกจากนี้ควรระวังปัญหาด้านสุขภาพ โรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน การเกิดภัยร้ายที่ไม่คาดคิด ทำให้ท่านได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งสมาชิกในครอบครัวก็จะนำเรื่องไม่สบายใจมาให้ท่าน………อย่างไรก็ดีหากภายในบ้านของท่านมีงานมงคลในปีนี้ ก็จะสามารถผ่อนคลายเรื่องร้ายๆ นี้ไปได้ หรือมีอีกวิธีคือ หากท่านได้เดินทางไปไหว้องค์พระที่ประดิษฐานอยู่ทางทิศเหนือ ก็จะช่วยได้ หรือหากไม่สะดวก ท่านอาจหาโอกาสทำบุญเลี้ยงพระที่บ้านโดยตั้งพระประธานหันหน้าไปทางทิศเหนือ ก็ได้เช่นกัน จะช่วยให้การงานและสิ่งที่ติดขัดราบรื่นขึ้น………
ดวงชะตา ท่านที่เกิด ปีเถาะรอบอายุ 47 ปี (พ.ศ. 2506)
………………ปี 2553 นี้ ด้านการงานจัดว่าดี งานของท่านจะพบผู้อุปถัมภ์ ส่งผลให้มีความเจริญก้าวหน้าได้เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง ส่วนใครที่ทำธุรกิจการค้า เจริญก้าวหน้าดี ใครอยากขยับขยายการลงทุน มีโอกาสสำเร็จได้ผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจ อีกทั้งปีนี้ท่านจะมีโอกาสซื้อทรัพย์สินราคาแพง หรือมีโอกาสย้ายเข้าบ้านใหม่ อาจกล่าวได้ว่า ในปี 2553 นี้ ท่านจะมีความเจริญรุ่งเรือง มีชื่อเสียง เงินทอง เข้ามา ทำให้ ท่านประสบความสุข………ส่วนที่ต้องระวังคือ ปัญหาด้านสุขภาพ และอุบัติเหตุที่เกิดจากการทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเครื่องไม้ เครื่องมือ เครื่องจักร นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องระวังอีกเรื่อง คือ การบริหารจัดการด้านการเงิน ต้องวางแผนการใช้จ่ายให้รอบคอบ อย่าฟุ้งเฟ้อ หรือลงทุนผิดกฎหมาย จะพบกับความเดือดร้อน อีกทั้งไม่ควรนำเงินไปใช้เที่ยวเตร่เฮฮา เที่ยวสถานบันเทิงเริงรมย์ เพราะนอกจากต้องเสียทรัพย์โดยไม่จำเป็นแล้ว ยังจะทำให้ท่านต้องโชคร้ายพบกับความเดือดร้อน หรือพบกับอุบัติเหตุด้วย………
ดวงชะตา ท่านที่เกิด ปีเถาะ รอบอายุ 35 ปี (พ.ศ. 2518)
………………ในปี 2553 นี้ มีดาวมงคลส่องสว่าง ทางทิศการงาน การค้าของท่าน จึงมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ท่านควรจะเพิ่มความขยัน อดทน และสร้างผลงานให้มากขั้น เพื่อที่จะได้มีรายรับเข้ามามากขึ้น ปีนี้นับเป็นจังหวะเหมาะในการลงทุนขยับขยายกิจการ โครงการต่างๆ ที่วางแผนไว้ก็มีโอกาสสำเร็จ เพราะจะได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลรอบข้างเป็นอย่างดี การเงินมีแนวโน้มดีขึ้น หมุนเวียนคล่องตัว อีกทั้งจะมีโอกาสซื้อทรัพย์สินราคาแพง แต่สิ่งที่ท่านควรระลึกไว้เสมอคือ ความสำเร็จที่ได้มานั้น ต้องอาศัยความขยันพากเพียรของตัวท่านเองเป็นหลัก………ส่วนทางด้านครอบครัว ปีนี้ขาดความสงบสุข อาจมีเหตุวุ่นวายเรื่องการรักษาพยาบาลและดูแลความปลอดภัยของสมาชิกในบ้าน จึงควรระวังเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ท่านมีเกณฑ์จะผิดใจกับคนรัก หรือคู่ครอง จากมือที่ 3 ต้องแบ่งเวลาให้ดี หากมีปากเสียงต้องใช้สติ อย่าใช้อารมณ์

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เรื่องย่อกุหลาบเหนือเมฆ

เรื่องย่อ ละครกุหลาบเหนือเมฆไอริณ (พัชราภา ไชยเชื้อ) ชักชวนเพื่อนซี้อย่าง อรนุช (วรนุช วงษ์สวรรค์) ลูกสาว เจ้าสัวเจริญ (ไกรสีห์ แก้ววิมล) มหาเศรษฐีพันล้านมาร่วมหุ้นด้วยหวังว่าจะได้ทำนิตยสาร Working Women มีชื่อเสียงไปด้วย แต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เพราะอรนุชกลับกลายเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด วางแผนให้ อรนิช (กรรณาภรณ์ พวงทอง) แย่ง พีรเทพ (ธีร์ วนิชนันทธาดา) คู่หมั้นของไอริณและฮุบกิจการนิตยสารไปครอบครอง ไอริณเครียดมากเลยประกาศก้องว่าจะล้มนิตยสาร Working Women ให้ได้พร้อมกับจะทำให้อรนุชและอรนิชเจ็บปวดที่สุด หลังจากนั้นเธอเลยคิดที่จะเปิดตัวนิตยสาร Chic Women มาแข่งกับอรนุช แต่ติดตรงที่เธอไม่มีเงินทุน ดังนั้นเพื่อนสนิทอย่าง เลอลักษณ์ (ณัฎฐินี เจียรวนนท์ ) จึงยื่นมือเข้ามาช่วย หลังจากที่ คุณหญิงดาริกา (ดวงดาว จารุจินดา) ป้าแท้ๆ ของไอริณทราบเรื่องเลยขอร่วมหุ้นด้วย ทำให้ไอริณมีเงินไปคืนเลอลักษณ์ได้ เพียงสองปีนิตยสารของไอริณก็มีชื่อเสียงขึ้นมา แต่อรนุชกับอรนิชกับเล่นลูกไม้สกปรกโดยใช้ชื่อเจ้าสัวแย่งเอาลูกค้าที่ซื้อแอดโฆษณาในนิตยสารเธอไป ทำให้เธอต้องทำงานหนักยิ่งขึ้น วันหนึ่งเธอได้มีโอกาสพบกับ อนาวิน (ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์) ชายหนุ่มที่อรนุชรักโดยบังเอิญกับอุบัติเหตุเดินชนกันจนกาแฟหกรดราดเสื้อผ้าของอนาวินทำให้เขาไม่พอใจเพราะต้องรีบไปพบลูกค้า ทำให้ไอริณเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นเซลล์แมน เลยแสดงความรับผิดชอบโดยการพาเขาไปเปลี่ยนชุดที่ห้องของเลอลักษณ์แล้วยืมเสื้อผ้าของ คิมหันต์ (นพพล พิทักษ์โล่พานิช) มาให้เขาใส่ ต่อจากนั้นเธอก็ไปเจอเขาอีกครั้งที่ร้านอาหาร ขณะที่เขากำลังนั่งคุยกับ คุณอาทร (พงษ์ประยูร ราชอาภัย) พ่อของเขาที่หนีแม่คือ คุณบุปผา (เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) ออกมา ส่วนไอริณที่เห็นเหตุการณ์ก็คิดว่าเขากำลังพยายามขายสินค้าอยู่ เลยหวังดีเข้าไปช่วยพูดขายสินค้าให้ แล้วก็เรียกอนาวินว่าคุณกาแฟ ซึ่งอนาวิณจำใจให้ไอริณเรียก เพราะไม่อยากทำให้เธอหน้าแตก หลังจากนั้นไอริณก็ได้รู้จักชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเขา
จากนั้นไม่นานไอริณทราบข่าวว่านิตยสาร Working Women จะจัดงานครบรอบ 3 ปี โดยมีแผนจะประกาศความสำเร็จด้วยการเซ็นสัญญาขายโฆษณาให้กับห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งมี วาริรินทร์ (อังคณา ทิมดี) เป็นเจ้าของและมีแผนประกาศหมั้นของอรนุช ซึ่งไอริณประกาศจะทำลายทั้ง 2 แผนการ เธอพยายามติดต่อสร้างความสัมพันธ์กับวาริรินทร์แต่ก็ไม่เป็นผล โดยสืบรู้มาว่าวาริรินทร์แอบมีความสัมพันธ์ลับรักต่างวัยกับนายแบบหนุ่ม นิค (วินเซนต์ คินนี่) ซึ่งไอริณปล่อยข่าวอรนิชสนใจนิคเป็นการส่วนตัว แล้วก็เดินหน้าสร้างความแตกแยกให้อรนิชและพีรเทพแตกคอกัน โดยหลอกให้พีรเทพมาเจอที่ผับแล้วส่งสาวโคโยตี้เซ็กซี่ไปประกบ พร้อมกับส่งข่าวให้ปาปารัชซี่ทำให้อรนิชเสียหน้าและโกรธมากต้องการประชดพีรเทพด้วยการทำท่าทีสนใจนิคออกนอกหน้า สร้างความไม่พอใจให้กับวาริรินทร์จนถึงกับยกเลิกการเซ็นสัญญาโฆษณาแล้วไปซื้อโฆษณากับชิค วูแมนแทนในวันก่อนหน้าที่จะมีงานฉลองครบรอบ 3 ปี นั่นก็ทำให้แผนการไอริณสำเร็จไป 1 ข้อ ต่อจากนั้นไอริณก็สั่งให้ เรวัติ (ณัฐวัฒน์ เปล่าศิริวัธน์) สืบเรื่องของแฟนอรนุชซึ่งเรวัติหนักใจมาก เพราะแฟนอรนุชก็คืออนาวินเพื่อนรักสมัยเรียนของเขา เรวัติจึงโน้มน้าวใจให้ไอริณเปลี่ยนใจแต่ไม่เป็นผล เรวัติจึงตัดสินใจบอกไอริณว่าแฟนอรนุชชื่อวิน เป็นรองประธานบริษัทไนน์อาร์คิเทค ซึ่งข้อมูลแค่นี้ก็ทำให้เธอมั่นใจว่าสามารถจัดการได้เลยวางแผนไปดักพบที่ไซต์งานเพื่อหว่านเสน่ห์ให้เขามาตกหลุมรักและประกาศเลิกหมั้นกับอรนุช แต่เธอดันซุ่มซ่ามเดินชนกับอนาวินล้มลงก้นกระแทกพื้น อนาวินเลยต้องพาไปส่งบ้าน พอไอริณรู้ว่าอนาวินทำงานในบรษัทไนน์อาร์คิเทคก็เลยมัดมือชกโดยให้อนาวินร่วมแผนการด้วย ซึ่งอนาวินก็อยากรู้ว่าไอริณจะมีแผนการอะไรต่อไป จนอนาวินรู้เรื่องราวทั้งหมดจากเรวัติวางแผนซ้อนแผนใช้ วิทวัส มาปลอมตัวเป็นอนาวินแทน โดยให้ข้อเสนอว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งถ้าผ่านการทดสอบในครั้งนี้ซึ่งเขาก็รับข้อเสนอนั้น แผนการเลยเริ่มต้นขึ้นมาเรื่อยๆ จนทำให้ทั้งคู่เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น จู่ๆไอริณก็เริ่มสงสัยพฤติกรรมแปลกๆ ของอนาวินและเรวัติ เธอเลยตัดสินใจสืบจนรู้ว่าอนาวินคือแฟนของอรนุช ทำให้เธอคิดว่าอนาวินและอรนุชร่วมมือกันหลอกเธอ เธอเลยคิดกลั่นแกล้งทั้งคู่ โดยโทรศัพท์ไปหาอนาวินด้วยน้ำเสียงน่าสงสารขณะอยู่กับอรนุช ด้วยความเป็นห่วงอนาวินเลยไปพบไอริณที่บ้าน ไอริณรู้ตัวว่าตัวเองคงแพ้อรนุชแล้วเลยวางแผนตั้งกล้องถ่ายคลิปตัวเองกับอนาวินส่งไปให้อรนุชดู แต่ทว่าด้วยความเศร้าเสียใจที่โดนหลอก ไอริณกลับร้องไห้ออกมาเพราะคิดว่าสิ่งที่อนาวินทำดีกับตนเป็นการหลอกลวง อนาวินพยายามปลอบใจทำให้เขาเผลอจูบเธอ ไอริณโกรธมากเลยไล่เขาออกไปโดยไม่ยอมพูดคุยปรับความเข้าใจแม้แต่นิดเดียว
ส่วนอรนิชก็หลงใหลนิคมากเลยคิดวางแผนที่จะครอบครองเขาคนเดียวพร้อมทั้งเขี่ยพีรเทพทิ้ง โดยการแอบนำคลิปที่นิคถ่ายวาริรินทร์อย่างวาบหวามออกมาปล่อยว่อนเน็ต จนวาริรินทร์เสียชื่อเสียง นิครู้ความจริงเลยต่อว่าอรนิชและประกาศว่าตนเองรักวาริรินทร์ทำให้อรนิชเสียหน้า แล้วพีรเทพก็โดนอรนิชเขื่ยทิ้งก็หมดตัวเลยคิดที่จะหาเงินโดยการนำคลิปลับของอรนิชไปขายแต่ได้ราคาไม่ดี เลยนำไปต่อรองกับไอริณ พอได้ดูคลิปก็สงสารอรนิชเลยหลอกล่อเอาคลิปวิดีโอจากพีรเทพมาโดยการแกล้งกลับมาคืนดีด้วย พีรเทพย่ามใจจูบไอริณขณะเผลอจนอนาวินมาเห็นเลยเข้าใจผิดเขาเลยพยายามตัดใจจากไอริณ ส่วนเลอลักษณ์กับเรวัติกำลังจะแต่งงานกัน เพราะเลอลักษณ์เกิดตั้งท้องกับแฟนเก่าอย่างคิมหันต์ แต่คิมหันต์ไม่รับผิดชอบแถมปล่อยข่าวว่าเลอลักษณ์เป็นผู้หญิงใจแตก สร้างความเสื่อมเสียให้เลอลักษณ์จนไม่อยากจะแต่งงานเพราะอับอาย ไอริณจึงสืบหาคนปล่อยข่าวจนรู้ว่าเป็นอรนุชและอรนิช เลยไปหาคิมหันต์เพื่อจะให้มาแถลงข่าวขอโทษที่ปล่อยข่าวทำให้เลอลักษณ์เสียหาย โดยขู่ว่าถ้าไม่ยอมจะให้ตำรวจไปทลายปาร์ตี้ยาอีแล้วออกข่าวว่าคิมหันต์เป็นสายให้ตำรวจ เขาเลยจำใจตกลง นอกจากนั้นไอริณก็นัด 2 สาวมาพบก่อนแถลงข่าว แล้วนำภาพวิดีโอลับของพีรเทพและอรนิชมาคืนเพื่อแสดงความจริงใจและขอให้อรนุชอยู่ร่วมงานแถลงข่าวต่อเพื่อช่วยแก้ข่าวให้เลอลักษณ์ อรนิชซาบซึ้งใจที่ไอริณไม่คิดจะทำลายตน แต่อรนุชไม่ยอมเพราะการออกมาขอโทษเท่ากับยอมรับว่าเป็นคนปล่อยข่าว ไอริณจึงจำใจโชว์ภาพเธอกับอนาวินให้อรนุชดู จนอนาวินแอบได้ยินเลยน้อยใจที่ไอริณแอบถ่ายคลิปเอาไว้เพื่อนำมาแก้แค้นอรนุชเท่านั้น ซึ่งคงต้องคอยลุ้นกันต่อไปว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะทำให้อนาวินตัดสินใจเลือกใครระหว่างไอริณกับอรนุช แล้วอรนุชจะแก้เกมรับมือกับไอริณอย่างไรต่อไป ทั้งหมดนี้ติดตามชมได้ทางช่อง 7 สี

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปรากฎการณ์ BB

ปรากฏการณ์ BB ... ผลกระทบที่ไม่มีใครนึกถึง

ถูกหลอก!? ... คนเหงาเป็นเหยื่อของการแชต ... การพูดคุยกับคนรอบข้างลดลง ... เครียด ... ก้าวร้าว ...นี่เป็นเพียงไม่กี่ตัวอย่างของผลกระทบอีกมากมายเกิดขึ้น เมื่อคนในสังคมไทยใช้ Black Berryกันอย่างไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสมกับความต้องการ และอาจเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่คนไทยเมินเฉย ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตในระยะยาวได้

Society Network
ปัจจุบัน เหล่าสมาร์ทโฟนต่างๆ ได้เข้ามามีบทบาททางสังคมมากขึ้น เป็นเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มันถูกออกแบบให้มีความสามารถในการติดต่อสื่อสารได้รวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น และนี่คือยุคแห่งเทคโนโลยี 3G ที่ยังไม่หยุดนิ่ง ในขณะเดียวกันนั้น ผู้รับหรือผู้เสพเทคโนโลยีก็ทำหน้าที่เลือกว่า ตนเองนั้นต้องการหรือไม่ต้องการอะไร หลายคนอาจไม่เคยสังเกตว่า สิ่งที่มีประโยชน์ก็มีผลเสียต่อเราเช่นกัน

ที่จะกล่าวถึงคือ ผลกระทบของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ที่สามารถบดบังตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์ให้หมดไปได้ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสนั่นคือ การแชตผ่านมือถือที่ฮิตกันมาก ในช่วงปี 2005 เป็นต้นมา จากนั้นบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างแย่งกันเจาะตลาดโดยการนำเข้า I – phone3G Nokia Samsung และ Black Berry หรือ BB รุ่นต่างๆ แต่ทาง BB นั้น ได้นำเหล่าเซเลบฯ หรือคนดังมาเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้ประเทศไทยในขณะนี้เกิดปราฏการณ์ของ BB ขึ้น ซึ่งทำให้ใครต่อใครในสังคม ได้ทำพฤติกรรมเลียนแบบที่จะต้องมีสมาร์ทโฟนแบบนี้ติดตัวไว้ ไม่เช่นนั้นอาจจะถูกคิดว่า เอ้าต์ หรือตกเทรนด์

ก่อนหน้าที่ สมาร์ทโฟนจะมีการเปิดตัวโดยเหล่าเซเลบฯ และคนดังนั้น ความสามารถของมันที่เด่นชัดคือ การจัดส่งข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญของเหล่านักธุรกิจแต่ปัจจุบันการใช้งานของมันได้เปลี่ยนแปลงไปถูกใช้ในทางอื่นมากขึ้น บางคนอาจใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ไปในทางที่ผิด เพราะความหรูหราทำให้มันเป็นกระแสที่ทุกคนต้องเกาะติด

คนส่วนใหญ่ที่ใช้สมาร์ทโฟนนั้นเป็นบุคคลที่ชอบเข้าสังคม ชอบการสังสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อกับเพื่อน หรือส่งข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นให้บุคคลอื่น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูอีกว่าการเลือกใช้งานของมือถือที่เราต้องพกติดตัวนั้น เข้ากับการใช้งานของเรามากน้อยเพียงใด

ความโดดเด่นของ BB ที่มีมากกว่าโทรศัพท์อื่น ด้วยโปรแกรม BlackBerry Messenger หรือ BBM ที่สามารถแชตกันได้เฉพาะสมาร์ทโฟนของยี่ห้อนี้เท่านั้น จากการสังเกตพฤติกรรมของผู้ใช้ ได้เล็งเห็นว่า ปัจจุบันการสื่อสารโดยการพูดคุยกับคนรอบข้างมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เช่น เวลาไปรับประทานอาหารกับเพื่อน คนใช้ BB บางคน ก็จะเอาแต่นั่งกดอยู่กับโทรศัพท์โดย ขาดการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ รอบข้าง ซึ่งจากแต่ก่อนคนเราเจอกันต้องคุยกัน หรือบางคนนั่งข้างๆ กัน แต่กลับใช้ Social Network แทนที่จะสื่อสารกันแบบ Face to Face

จิตแพทย์ชี้ผลร้าย
นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล ผู้เชี่ยวชาญจิตเวชทั่วไป ได้มาอธิบายเกี่ยวกับผลกระทบของการแชตบนมือถือต่อสุขภาพจิตว่า เนื่องจากปรากฏการณ์ของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้คนเรานั้นอยากรู้อยากเห็นในเรื่องของคนอื่นมากขึ้นด้วยสื่อทันสมัยเหล่านี้และทำให้ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อมนุษย์ทุกคนกลับกลายเป็นติดต่อผ่านการแชตบนมือถือ ผ่าน MSN แต่ผลกระทบที่แน่นอนคือ Social Skill หรือ ปฏิสัมพันธ์ของบุคคลหายไป

“การติดเทคโนโลยีเหล่านี้ ไม่ได้ต่างจากเด็กติดเกม เพียงแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสภาพผู้ใหญ่และวัยรุ่นที่มีฐานะติดมือถือแทน บุคคลเหล่านี้มีอยู่ 2 ประเภทคือ 1.มีความเสี่ยงจะติดสิ่งต่างๆ ได้ง่ายเช่น ติดเกม ติดโทรศัพท์ ติดแฟนและ 2.มีปัญหาสุขภาพจิตซ่อนอยู่ เช่น ชีวิตไม่มีความสุข เหงาอยู่ตลอดเวลา พอมีสิ่งเหล่านี้มาเติมเต็มให้เขามีความสุข มีเพื่อนคุยไม่เหงา บางครั้งคนคุยกับเขาไม่ใช่เพื่อนกันมาก่อน อีกประเภทหนึ่งคือ พวกตามกระแสอยากเท่หรือชอบลองของใหม่”

นพ.กัมปนาทกล่าวว่า ความหลง อาจจะมีระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน แต่ถ้าเป็นคนที่มีปัญหาสุขภาพจิตซ่อนอยู่นั้น กว่าเขาจะเบื่อการแชตบนมือถืออาจใช้เวลานานกว่านั้น อาจจะก่อให้เกิดผลเสียระยะยาวตามมา เช่น การนอนไม่เพียงพอ เสียการงาน เสียเงิน รวมถึงการเสียตัว

อย่างข่าวล่าสุดที่ฮือฮากันทั่ววงการบันเทิงว่า “อิม – อชิตะ” ถูกหลอกให้ซื้อ BlackBerry ไปถึง 7 เครื่อง เป็นจำนวนเงินกว่า 8 หมื่นบาท และเธอได้ถูกเชิดเงินไปจนมีการฟ้องร้องกันในที่สุด นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดในขณะนี้ ซึ่งอาจมีกรณีที่ไม่ได้ลงเป็นข่าวอีกมากแค่ไหนก็ไม่มีใครทราบ

นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญจิตเวชทั่วไปยังบอกอีกว่า มีผลกระทบทางด้านอารมณ์อีกด้วย เช่น การเล่นอินเทอร์เน็ตหรือเล่นเกมอย่างใจจดใจจ่อนานๆ จะก่อให้เกิดความเครียด สมองของเราจะทำให้เกิดการเรียนรู้ต่อสิ่งใหม่ๆ เรียกว่า 'Reward System หรือ วงจรของการให้รางวัล' เขาจะเรียนรู้ว่า ถ้าสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาทำให้มีความสุข ความสนุกสนาน มันจะเข้าไปสั่งการทำงานของสมองให้ทำซ้ำๆ จะไม่แค่ซ้ำแบบเดิม แต่จะสั่งให้ทำมากขึ้นเรื่อยๆ

“เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นความโลภของคน ทำให้ใช้เวลาอยู่กับมันมากขึ้น จากการสังเกตจากคนรอบข้างที่สามารถควบคุมตัวเองได้ดีจะไม่ค่อยสนใจ ถ้าสนใจอาจแค่เล่นสนุกๆ หากเป็นคนที่มีแนวโน้มในการควบคุมตัวเองไม่ดีอยู่แล้ว หรือว่าหลงอะไรมากๆ เขาจะหมกมุ่นอยู่กับตรงนี้ทั้งวัน ทำให้ภาพลักษณ์ของเราเสียไปด้วย”

นพ.กัมปนาทยังกล่าวเพิ่มอีกว่า คนเราไม่จำเป็นต้องติดต่อกับคนอื่นมากมาย ความสุขนั้นสามารถหาได้จากสิ่งต่าง ๆ เช่น การออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ สะสมแสตมป์ นั่งสมาธิหรือปฏิบัติธรรม คนเหล่านี้จะทิ้งรูปแบบชีวิตทีตนเองเคยมีไปสู่เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นผลทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปด้วย

“ยกตัวอย่างเคสที่หมอเคยพบมา คือ หมอมีคนไข้หนึ่งรายเป็นไฮโซ ทางบ้านส่งเขามารักษากับหมอเพราะว่าเขาเครียดมาก เนื่องจากเขาติด BB และเขาเครียดกับเรื่องธุรกิจของเขาด้วย ทั้งวันเขาไม่เป็นอันทำงานเพราะเวลาเขาตื่นขึ้นมาก็จับมือถือ ไม่เป็นอันทำอะไรมัวแต่นั่งรอว่า ใครจะส่งแชตมาหาเรา ใครจะคุยกับเรา สาเหตุลึกๆ เราต้องดูว่าจริงๆแล้ว เขาเป็นคนขี้เหงาหรือเป็นเพราะว่าติดอะไรง่าย แต่อย่างหนึ่งคือ มันส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของเขาไปแล้ว”

การเพ่งบนหน้าจอนานๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอมือถือเหล่านี้ มีส่วนทำให้คิดประมวลผลต่อสิ่งต่างๆ ได้ช้าลง อาทิ เราทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกัน เราจะไม่สามารถทำได้ดี แต่ถ้าเราทำเพียงอย่างเดียว เราจะทำได้ดีกว่า และยังทำให้เลือดไปไหลเวียนในสมอง ในทางตรงกันข้ามอาจจะทำให้เซลล์สมองถูกทำลาย อาจทำให้ความจำเสียไปเร็วกว่าปกติได้ เหมือนกับการใช้โทรฯขณะขับรถ ไม่ว่าจะใช้บลูธูท ก็เช่นกัน อาจทำให้เสียสมาธิ และอันนี้มีการวิจัยออกมาชัดเจนอยู่แล้ว

“หมอไม่ได้บอกว่า โทรศัพท์หรือเครือข่ายโทรศัพท์ผิด แต่มันขึ้นอยู่กับว่า ผู้ใช้จะควบคุมตัวเอง ใช้ของของเขาอย่างมีสติหรือเปล่า ควรใช้มันแบบพอเพียงและเหมาะสมกับตัวผู้ใช้ ทำให้ได้ประโยชน์กันทั้ง 2 ฝ่าย เราได้เรียนรู้เทคโนโลยี ได้รับความสนุกสนาน แต่เราควรเบรคตัวเองไม่ให้เสียเงินทอง เสียเวลากับมันมากจนเกินไป ชีวิตของคนทั่วไป เวลางาน คือทำงาน การใช้เทคโนโลยีไม่เป็นอาจทำให้คนเสียการงานไปได้”

ผู้เชี่ยวชาญจิตเวชทั่วไป ยังกล่าวถึงผลกระทบต่อไปว่า จะทำให้ภาพลักษณ์ของเราเสียไปด้วย มันสะท้อนถึง Assertive เป็นทักษะอย่างหนึ่งของคนไทย ซึ่งเวลาคนไทยอึดอัดจะไม่ค่อยพูด แต่ถ้าเป็นฝรั่งไม่พอใจอะไรหรือไม่พอใจใคร เขาจะพูดออกมาเลยเพราะคนเราสามารถแสดงออกได้ แต่ไม่ใช่แสดงอาการก้าวร้าว และสิ่งที่คนไทยเป็นนั้นไม่ใช่ทักษะที่เป็นผลดี

ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีวันรู้จบ
คุณเคยหันกลับมาคิดบ้างไหมว่า รายรับรายจ่ายของคุณกับการใช้มือถือของแต่ละค่าย โดยสมมติเป็นสมาร์ทโฟน BlackBerry รวมกับค่ารายเดือนในราคาต่ำสุดอยู่ที่เท่าไหร่

ตัวอย่างง่ายๆ ของราคาเครื่องรุ่น Curve 8520 ที่ฮิตกันในขณะนี้ คือ 13,900 บาท รวมค่าบริการรายเดือนที่สามารถเล่นอินเตอร์เน็ทและแชตกันได้อย่างไม่อั้นของเครือข่ายชื่อดัง 800 บาท (โดยมีเงื่อนไขต่างๆ ตามที่กำหนด) สามารถโทร.ได้ 100 นาที ส่วนเกินคิดเพิ่มต่างหาก รวมคร่าวๆ ทั้งหมด ค่าใช้จ่ายเดือนแรก คือ 14,700 บาทเป็นอย่างต่ำ ส่วนราคาเครื่องแพงสุดเป็นเครื่องรุ่น Bold 9700 ราคากลางคือ 24,900 บาท ถ้ารวมค่าบริการ 800 บาท รวมเป็นค่าใช้จ่ายอย่างต่ำ คือ 25,700 บาท

ในเดือนต่อๆ ไป หากคุณใช้โปรโมชันนี้ไปเรื่อยๆ คุณลองคิดดูว่า 1 ปี คุณจะมีค่าใช้จ่ายแค่ค่าโทรศัพท์มากเท่าไหร่ ควรตัดสินใจให้ดีก่อนว่า คุณมีความจำเป็นในการใช้เครื่องมือสื่อสารเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน ก่อนที่มันจะย้อนกลับมาเป็นผลกระทบต่อตัวคุณในภายภาคหน้า

“ให้เทคโนโลยีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรา แต่อย่าให้เราเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี”

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

รายระเอียดของแต่ละประเภณีในเดือนมิถินายน

รายระเอียดของแต่ละประเภณีในเดือนมิถินายน
[1] 5th มิถุนายน ของทุกปี ถือเป็น วันสิ่งแวดล้อมโลก “World Environment Day” และได้มีการสถาปนาวันสิ่งแวดล้อมขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2515 หรือเมื่อราว 33 ปีที่ผ่านมา โดยได้ทำการจัดการประชุมที่เรียกว่า “การประชุมสหประชาชาติเรื่องสิ่งแวดล้อม” (UN Conference on the Human Environment)ทาน
[2] 9th มิถุนายน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระราชสมภพ เมื่อวันอาทิตย์ขึ้น 2 ค่ำเดือน 11 ปีฉลู ตรงกับวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468 ณ เมือง ไฮเดเบอร์ก ประเทศเยอรมัน ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่สอง ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชนก (ขณะนั่นดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดชกรมขุนสงขลานครินทร์)ย
[3] 24th มิถุนายน ของทุกปี การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 คือ การปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทย จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยคณะราษฎร ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475
[4] ตรงกับ 26th มิถุนายนของทุกปี พระสุนทรโวหาร นามเดิม ภู่ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า สุนทรภู่ (พ.ศ. 2329-2398) กวีไทยที่มีชื่อเสียงใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีผลงานที่มีชื่อเสียงหลายเรื่องได้แก่ พระอภัยมณี นิราศพระบาท นิราศภูเขาทอง ได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกเป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านงานวรรณกรรม เมื่อ พ.ศ.
[5] ทุกวันที่ 26th มิถุนายน ของทุกปประเทศไทยได้เผชิญกับปัญหา ยาเสพติด มา เป็นเวลาช้านาน รัฐบาลในแต่ละยุคได้ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดมาตลอด จนกระทั่งใน พ.ศ. 2501 คณะปฏิวัติภายใต้การนำของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ออกประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 37 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2501 ให้เลิกการสูบฝิ่นทั่วราชอาณาจักรโดยมีการเผาทำลายฝิ่นและอุปกรณ์การสูบฝิ่น ี

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การประดิษฐ์ครั้งแรก

การประดิษฐ์ครั้งแรก
เชื่อกันว่าการประดิษฐ์ครั้งแรกอยู่ช่วงสมัยที่มนุษย์ยังเป็นมนุษย์ยุคก่อนๆ หรือยุคของ มนุษย์สายพันธ์ The Abominable Snowman ที่ซึ่งพัฒนามาจากลิงหลักฐานถูกค้นพ้มในถ้ำเก่าแก่ของ ขั้วโลกเหนือ จากเครื่องมือที่ให้ทำมาหากินโดยนักสำรวจชาวอเมริกัน มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ และทีมงานเป็นผู้ค้นพบ จากการตรวจสอบทางแลปทดลองอย่างละเอียดพบว่า อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆมีสภาพคงอยู่มานานนับพันๆปี หรือในช่วง5000-10000 B.C. ราวๆ 1000-4000 ก่อนพุทธศักราช ของใช้ต่างแม้จะอยู่ในสภาพที่เก่าแก่เหลือทน แต่เราสามารถทราบได้ถึงวิวัฒนาการของมนุษย์ในยุคนั้นจากสิ่งประดิษฐ์ก้าวเล็กๆของมนุษย์จนมาถึงเครื่องบินลำยักษ์ในปัจจุบัน เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากมนุษย์ทั้งสิ้น
ยุคในการประดิษฐ์
เราสามารถแบ่งการประดิษฐ์ออกเป็น 3 ช่วงตามเวลา และอุปกรณ์การประดิษฐ์
ยุคต้น (ก่อนคริสศักราชถึงต้นปี500)
มนุษย์เรียนรู้การใช้ไฟและในการหลอมโลหะ ตีอุปกรณ์ ทำแก้ว ยุคนี้เป็นยุคเฟื่องฟูของศาสนาและการทำมาค้าขาย ในยุคที่มีการแบ่งชนชั้นมากเช่นนี้ ผู้คนจำเป็นต้องมี การนำของไปถวายหรือบูชา ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรมทางศาสนาหรือว่าการบูชาทำนาย ทำให้มีการทำเหมืองแบบเก่าเป็นจำนวนมาก เพื่อขุดทอง เงินและทองแดง ในการทำเครื่องประดับต่างๆ นอกจากนี้เรื่องของเครื่องแต่งการยังเป็นยุคที่เฟื่องฟูอีกด้วย เชื่อกันว่าผู้คนรู้จักการย้อมผ้าและ แล้วทักยอแบบหยาบๆ แล้ว โดยอาศัยตัวไหมและยางจากต้นไม้ ในทางเขตยุโรปผู้คนนิยมทำเครื่องเกราะ ดาบ เครื่องเงิน มงกุฎและอุตสาหกรรมต่อเรือยังเป็นอะไรที่เฟื่องฟูอีกด้วย ผู้คนนิยมเดินทาง โดยเฉพาะฝรั่งเศสและ อังกฤษที่ชอบล่าเมืองขึ้น และบ้านยังเป็นแบบไม้ชั้นเดียวที่ต้องแน่นหนา การประดิษฐ์เป็นแบบพื้นๆแล้วศิลปะมากกว่าทางเอเชียหรือแอฟฟริกา ทางเอเชีย การประดิษฐ์ไม่ค่อยเป็นที่ใส่ใจเท่าไหร่ บ้านยังเป็นแบบเก่าที่ทำจากไม้ ผู้คนจะนิยมค้าขายอาหารกิจกรรมทางศาสนามากกว่า เช่นเดียวกับแอฟริกาที่การประดิษฐ์ไม่ค่อยเจริญเทียบเท่าแถบยุโรป
ยุครุ่งเรือง (ช่วงกลาง 500-1350)
นักประดิษฐืทางยุโรปเริ่มรู้จักการใช้ไฟฟ้า อาชิพนักวิทยาศาสตร์ เจริญมาก ทำให้การประดิษฐ์ก้าวหน้าไปด้วย มีการค้นพบคุณสมบัติของไฟฟ้าเป็นครั้งแรก ทำให้มีการประดิษฐ์สิ่งของต่างๆมากมาย เช่นการค้นพบคลื่นวิทยุ มอเตอร์ สนามพลัง ทำให้มีการสร้างรถยนต์ หลอดไฟ วิทยุ โทรทัศน์ และสิ่งของลิเลคทรอนิคอีกมากมาย เมื่อเทียบกับทางแถบแอฟริกาและเอเชีย ซึ่งทางเอเชียได้รับอิทธิพลจากทางแถบยุโรบ ทำให้เจริญตามด้วย แต่ไม่มีเรื่องของการประดิษฐื แต่จะเป็นผู้บริโภค ทางแถบอเมริกา เริ่มมีคนย้ายเข้าไปอยู่ในแขตของชนชาวพื้นเมือง และคนนั้นมาจากทางแถบยุโรป ซึ่งนำประดิษฐ์ต่างๆมากด้วย ส่วนออสเตรีย และ แอฟริกา เป็นประเทศที่การประดิษฐ์ไม่ค่อยมีคนสนใจ
ยุคปัจจุบัน (1350-ปัจจุบัน)
มนุษย์เริ่มรู้จักการใช้ชิป มีการสร้างอุปกรณ์อิเลคทรอนิคมากมาย เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ จรวด เรือดำน้ำ อุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ มีการใช้คลื่นสัญญาณโทรศัพท์ และกระจายไปทั่วโลก แต่ก็ยังไม่ทั่วถึงและเท่ากันทั่วประเทศ โดยเฉพาะ มหาอำนาจอย่างอเมริกา ที่มีนักประดิษฐ์มากกว่าและมีความพร้อม ได้รับการสนับสนุนจากทางรัฐบาลทำให้เกิดความก้าวหน้าเร็วขึ้น แล้วเปลี่ยนการทำงานเป็นการทำงานแบบองค์กร หรือทีมนั่นเอง

ประวัติวันวาเลยไทน์

วันวาเลนไทน์นั้นมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณี อย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยังสืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็ก ๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุด
ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลาย ครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วมในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงานและงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งซึ่งชื่อว่า ท่านนักบุญวาเลนไทน์ ท่านเป็นพระที่กรุงโรมในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ท่านนักบุญวาเลนไทน์และนักบุญมาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็ก ๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับ ๆ ด้วย
และจากการกระทำเหล่านี้เอง ทำให้นักบุญวาเลนไทน์ถูกจับและถูกตัดสินประหารโดยการตัดศีรษะ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 270 ซึ่งถือเป็นวันที่ท่านได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์